นิสิตจุฬาฯคลั่ง ชักธงดำ ขึ้นยอดเสาแทนธงไตรงค์ จนท.รุดห้ามไม่เหมาะ กรีดร้องลั่น – อ้างโดนรังแก


สืบเนื่องจากการที่ สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.)   เดินหน้าจัดกิจกรรมแฟลชม็อบ  เพื่อให้กำลังใจพรรคอนาคตใหม่  แล้วขยายการเคลื่อนไหวจาก  ลานปรีดีพนนยงค์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์  ด้วยการแพร่กระจายข้อมูลส่งต่อผ่านโลกโซเชียล ให้เกิดความรู้สึกร่วมทำตาม  ด้วยวิธีการปลุกเร้าต่าง ๆ  จนทำให้มีการจัดตั้งกลุ่มชุมนุม  เกิดขึ้นในหลายสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ  จนหลายฝ่ายออกมาเตือนให้ระมัดระวัง เนื่องจากการดำเนินการที่ผ่านมามีภาคการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง ในลักษณะอาจนำพาไปสู่ความรุนแรงได้ในอนาคต 

ล่าสุดในเพจเฟสบุ๊ก “หนังสือพิมพ์ใต้สันติสุข” ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า “นศ.จุฬาฯ คลั่งเตรียมชักธงดำขึ้นเสาแทนธงชาติไทย (วันที่ 2 มีนาคม 2563 คลิปเหตุการณ์นักศึกษาของมหาลัยจุฬาฯ คลั่งปลดธงชาติไทยลงจากเสา ก่อนนำธงดำเตรียมชักขึ้นเสาแทน โชคดีที่เจ้าหน้าที่ รปภ. ของมหาลัยฯ เข้าระงับไว้ได้ พร้อมแจ้งนักศึกษาทั้ง 3 คน คุณทำไม่ได้ เพราะเป็นสมบัติของมหาลัยฯ”

โดยภาพคลิปความยาวประมาณ 1.44 นาที ปรากฎมีบุคคลเกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ชาย 2 และ หญิง 1 คน พยายามจะใช้ธงดำชักขึ้นไปบนเสาธงชาติ แต่มีเจ้าหน้าที่รปภ.พยายามห้ามไว้ ขณะที่ผู้หญิงแสดงอาการกรีดร้อง พยายามเรียกร้องให้คนช่วย ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครเข้าใกล้ จนเจ้าหน้าที่รปภ.ต้องพูดย้ำเตือน ว่าเป็นสิ่งไม่ควรทำ เพราะเป็นสิ่งไม่เหมาะสม ในการจะนำธงดำขึ้นไปบนยอดเสาธงไตรรงค์ ซึ่งถือเป็นธงประจำชาติไทย แต่อีกฝ่ายก็อ้างว่าทำได้ พร้อมตะโกนเสียงดัง เนื่องจากสิทธิ เสรีภาพ ได้ถูกขโมยไปแล้ว และสิ่งที่ทำเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ จนเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง เจ้าหน้าที่รปภ.จึงคุมสถานการณ์ไว้ได้ โดยอีกฝ่ายระบุว่าจะกรณีที่เกิดขึ้นไปหารือที่เวที ไปฟ้องให้ทุกคนรู้ว่ามหาวิทยาลัย ไม่ให้สิทธิเสรีกับนิสิตจุฬาฯ

ขณะที่กรณีชักธงดำขึ้นยอดเสาธงชาติภายในสถาบันการศึกษา เคยปรากฎครั้งหนึ่งเมื่อช่วงเดือน ธ.ค. 2556 โดยเป็นทางด้านของ นายศรันย์ ฉุยฉาย หรือ อั้ม เนะโกะ นักศึกษาปี 2 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทลัยธรรมศาสตร์ พยายามจะกระทำในลักษณะเดียวกัน โดยอ้างว่า ต้องการประท้วงถึงการที่อาจารย์บางคน แสดงออกว่าฝักใฝ่อำนาจกลุ่มทางการเมืองมากเกินไป

ขอบคุณคลิป : หนังสือพิมพ์ใต้สันติสุข

โดยภาพและข้อความคลิปดังกล่าว มีผู้เข้ามาให้ความเห็นเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นสิ่งไม่ควรทำ แม้จะอ้างเป็นเรื่องเสรีภาพก็ตาม