พ่อแม่เจ็บแทน เพจดังสรุปเหตุการณ์ น้องชายแดน ยิ่งอ่านยิ่งเศร้า เหมือนพวกเขาไม่ใช่มนุษย์


จากกรณี นายพิษณุ ทรัพย์สิน อายุ 47 ปี เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ สงสัยสาเหตุการเสียชีวิตของ ด.ช.ฐปกร หรือ น้องชายแดน ทรัพย์สิน อายุ 15 ปี ลูกชาย เนื่องจากได้รับบาดเจ็บหลังเข้าไปเรียนและอยู่อาศัยในสถาบันกวดวิชาแห่งหนึ่งในอ.เมืองนครสวรรค์ ก่อนจะเสียชีวิตที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ โดยผู้เป็นพ่อเชื่อว่าลูกชายอาจถูกรุมทำร้าย ขณะเจ้าของสถาบันกวดวิชาอ้างว่า น้องหมดสติหัวฟาดราวบันได

พ่อแม่เจ็บแทน เพจดังสรุปเหตุการณ์ น้องชายแดน ยิ่งอ่านยิ่งเศร้า เหมือนพวกเขาไม่ใช่มนุษย์

ล่าสุดวันที่ 20 มิ.ย.62 ทางเพจ Poetry of Bitch ได้โพสต์สรุปเหตุการณ์การเสียชีวิตของ น้องชายแดน พร้อมระบุข้อความว่า น้องชายแดน ความฝันและชีวิตของเด็กชายคนหนึ่ง ซึ่งถูกพรากไปตลอดกาล
1 น้องชายแดน ด.ช.ฐปกร ทรัพย์สิน อายุ 14 ปี ชาว จ.ตาก เป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว พ่อรับราชการทหาร แม่เป็นพยาบาล
2 น้องใฝ่ฝันอยากเป็นทหารเหมือนพ่อ จึงไปหาที่กวดวิชาเพื่อเตรียมเข้าโรงเรียนนายร้อย จนไปเจอ โรงเรียนกวดวิชาเตรียมทหารบ้านพี่ณัฐ ที่ จ.นครสวรรค์ ลักษณะเข้าคอร์สติวแบบกินนอนที่สถาบัน มีกฎระเบียบกึ่งทหาร ค่าเล่าเรียนปีละ 280,000 บาท
3 พ่อแม่ส่งน้องไปเรียนตามความตั้งใจ ครั้งล่าสุดที่กลับบ้าน น้องมีสีหน้าเศร้าซึม แต่ก็ไม่ได้เล่าอะไรให้พ่อกับแม่ฟัง
4 วันที่ 13 มิ.ย. น้องชายแดนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในสภาพช็อกหมดสติ อุจจาระปัสสาวะเรี่ยราด แพทย์ระบุว่าน้องได้รับบาดเจ็บสาหัส ศีรษะแตก แขนขวาหัก อวัยวะภายในบอบช้ำ อัณฑะไหม้คล้ายถูกไฟลน และติดเชื้อในกระแสเลือด อาการเป็นตายเท่ากัน แล้วเช้าวันต่อมาน้องก็เสียชีวิต
5 นายณัฐพล อายุ 27 ปี เจ้าของสถาบันกวดวิชาอ้างว่านักเรียนเล่นกันเอง โดยสกัดให้ล้มเหมือนการเล่นรักบี้ แล้วล้มทับกันเป็นชั้นๆ น้องชายแดนอยู่ล่างสุด เมื่อหลุดออกมาได้ น้องวิ่งหนีขึ้นไปชั้น 2 และหกล้มตรงบันได ทำให้ศีรษะแตกและหมดสติ ตนจึงรีบนำส่งโรงพยาบาล

6 พ่อไม่เชื่อและมั่นใจว่าลูกถูกทำร้าย จึงไปแจ้งความ ตำรวจอายัดศพของน้องชายแดนเพื่อส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช
7 ตำรวจเข้าตรวจสอบสถาบันกวดวิชา พบว่าเป็นสถาบันกวดวิชาเถื่อน ส่วนนายณัฐพลจบจากโรงเรียนเตรียมทหารรุ่น 53 และศึกษาต่อที่โรงเรียนนายเรืออากาศ แต่ออกกลางคันตอนอยู่ปี 1 แล้วผันตัวมาเปิดสถาบันกวดวิชาเตรียมทหาร
8 ตำรวจพบว่าชนวนเหตุเกิดจากเจ้าของสถาบันไม่พอใจน้องชายแดนบางอย่าง ค่ำวันที่ 8 มิ.ย. ครูกับลูกศิษย์หัวโจก 3 คนได้รุมทำร้ายน้องอย่างรุนแรงจนบอบช้ำทั้งตัว แต่ไม่ยอมพาไปโรงพยาบาลและยึดโทรศัพท์มือถือไว้ไม่ให้ติดต่อพ่อแม่ได้
9- วันที่ 12 มิ.ย. น้องทนเจ็บไม่ไหว จึงไปขอโทรศัพท์คืนจากแม่ยายนายณัฐพลซึ่งเป็นคนเก็บโทรศัพท์ไว้ เพื่อโทรให้พ่อแม่มาพาไปโรงพยาบาล แต่ถูกปฏิเสธ น้องจึงสบถออกมา แม่ยายนำเรื่องไปฟ้องลูกเขย นายณัฐพลจึงตีน้องซ้ำด้วยไม้เบสบอลอีก 20 ที

10- ตำรวจสอบสวนเด็กทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน แต่เด็กมีอาการหวาดกลัวมาก ต้องใช้เวลานานถึง 72 ชม.ในการทำให้เด็กวางใจ ซึ่งเด็กให้การตรงกันว่านายณัฐพลกับศิษย์ที่เป็นหัวโจกอีก 3 คนรุมทำร้ายน้องชายแดน
11- ด.ช.ตี๋ (นามสมมุติ) ซึ่งลาออกไปแล้วให้การว่า ตนเคยถูกซ้อมจนทนไม่ไหว ต้องปีนกำแพงหนีกลางดึกไปซ่อนตัวอยู่บ้านข้างๆ จากนั้นนายณัฐพลได้เรียกเงิน 18,000 บาทจากครอบครัวของ ด.ช.ตี๋ อ้างว่าข้างบ้านเรียกค่าเสียหายสำหรับกำแพง แต่เจ้าของบ้านยืนยันว่าไม่เคยเรียกเก็บเงินเลย
12- ด.ช.เอ (นามสมมุติ) เพื่อนสนิทของน้องชายแดนซึ่งลาออกไปก่อนหน้านี้เล่าว่า ครูมักทำโทษเด็กรุนแรง เช่น ตีด้วยไม้หวาย หวดด้วยไม้เบสบอล และเคยต่อยตนจนเลือดกบปากเพียงเพราะหยิบขนมในตู้เย็นกิน 13- ด.ช.เอลาออกไปก่อนที่น้องชายแดนจะถูกทำร้าย ในวันที่ ด.ช.เอกลับไปเก็บของเห็นน้องชายแดนนอนเจ็บอยู่บนเตียง แต่น้องไม่กล้าบอกอะไรเพื่อน
16- วันที่ 18 มิ.ย. ตำรวจบุกจับนายณัฐพล ภรรยา (25 ปี) และแม่ยาย (54 ปี) ที่สถาบัน โดยนายณัฐพลถึงกับร้องไห้โฮกลางห้องขัง แต่ก็ไม่ยอมรับสารภาพและเตรียมให้ทนายขอประกันตัว แต่ศาลไม่อนุญาต
17- เด็กชาย 1 ใน 3 หัวโจกบอกตำรวจว่าครูนำไม้เบสบอล 10 อันที่ใช้ตีน้องชายแดนไปทิ้งทำลายหลักฐานที่สะพานข้ามแม่น้ำปิง นักประดาน้ำลงงมหาแต่ไม่พบ เนื่องจากกระแสน้ำเชี่ยวมาก
18- วันที่ 19 มิ.ย. เด็กชายวัย 12 ขวบคนหนึ่ง ให้แม่นำถุงไม้เบสบอล 4 อันมามอบให้ตำรวจ โดยเล่าว่าเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ตนมาตกปลาใต้สะพาน แล้วเกี่ยวเอาถุงห่อไม้เบสบอลขึ้นมา ไม่ทราบว่าเป็นของใครจึงเอากลับบ้าน
19- ต่อมาเด็กเห็นข่าวน้องชายแดนและเห็นป้ายสติ๊กเกอร์ตรงถุงเป็นชื่อนายณัฐพล จึงรีบบอกแม่ให้โทรแจ้งตำรวจ หลังจากนั้นตำรวจยังงมพบไม้เบสบอลเพิ่มอีก 4 อัน
20- แม่น้องชายแดนเปิดเผยข้อความในสมุดบันทึกประจำวันของลูกชาย เขียนไว้เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 62 หัวข้อ วันกลับบ้าน ความตอนหนึ่งว่า…“วันนั้นเป็นวันที่ผมรอที่จะได้เจอพ่อและแม่ เป็นเวลาหลายเดือนที่ผมไม่ได้พบพวกท่าน ผมมีความสุขมาก เป็นการสรุปข่าวที่เขียนไปน้ำตาไหลไป ขอให้วิญญาณของน้องไปสู่สุคติ ใครที่ทำกับน้องไว้ขอให้ได้รับผลกรรม ขอให้น้องและครอบครัวได้รับความยุติธรรม และขอเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวของน้องด้วยนะคะ

Cr:https://www.siamnews.com