รัฐบาลแจกอีก 2 หมื่นล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจ


ถ้ามีการจัดอันดับ “รัฐบาลจอมแจก” ผมยกให้ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ครองอันดับ 1 ของโลกไปเลย หนึ่งปีเศษที่ผ่านมานับตั้งแต่รัฐบาลจัดตั้ง โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่เรียกกันว่า “บัตรคนจน” โดยมี คนยากจนลงทะเบียนรับบัตรไปทั้งสิ้น 14.5 ล้านคน และ รัฐบาลแจกเงินคนจน 14.5 ล้านคนไปแล้วกว่า 120,000 ล้านบาท แต่ก็ยังไม่หายจน ยังไม่นับ การแจกเงินข้าราชการบำนาญ 24,700 ล้านบาท แจกเงินชาวสวนยางสวนปาล์มอีก 18,000 ล้านบาท


ล่าสุด รัฐบาลกำลังจะแจกเงินอีก 22,000 ล้านบาทให้ประชาชน 14 ล้านคน เพื่อนำไปใช้จ่ายและท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ

เห็นการแจกเงินมือเติบอย่างนี้ เลยไม่แปลกใจ ทำไมกระทรวงการคลัง จึงต้องไปไล่ต้อนเงินฝากออมทรัพย์ 80 กว่าล้านบัญชีในธนาคาร ให้ธนาคารรายงานแจ้งกรมสรรพากร เพื่อนำรายได้ดอกเบี้ยเงินฝากทุกบัญชีไปคิดจัดเก็บภาษี ถ้าพบว่าใครได้รับดอกเบี้ยเกิน 20,000 บาทต่อปีที่ได้รับการยกเว้น จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ของดอกเบี้ยที่ได้รับ ก็ไม่รู้จะเก็บภาษีได้เพิ่มอีกเท่าไหร่ แต่ถ้าเอาดอกเบี้ยปีละ 20,000 บาทไปคิดเป็นรายเดือน ก็ตกเดือนละ 1,666.66 บาท เท่านั้นเอง น้อยกว่าเงินที่รัฐบาลแจกให้คนจนที่ถือบัตรคนจน 14.5 ล้านบาทเสียอีก เลยไม่รู้ว่า กระทรวงการคลัง กำลังคิดทำอะไรอยู่

ทีนี้ไปดู มาตรการแจกเงินก้อนใหญ่อีก 22,000 ล้านบาทเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ กระทรวงการคลัง จะนำเข้า ครม.ขออนุมัติในวันอังคารที่ 30 เมษายนนี้ เงินก้อนนี้จะแจกให้คนสองกลุ่ม กลุ่มแรก เป็นประชาชนที่ถือ “บัตรคนจน” หรือ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” จะได้รับแจกเงินเพิ่มในวงเงิน 7,000 ล้านบาท กลุ่มที่สอง เป็นเงินที่ แจกให้ประชาชนทั่วไปเพื่อให้เอาไปใช้จ่ายท่องเที่ยววงเงิน 15,000 ล้านบาท

กลุ่มแรกที่ถือ “บัตรคนจน” ยังแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มย่อย ดังนี้

กลุ่มที่ 1 ผู้ปกครองที่มีบุตรกำลังเรียนอยู่ในชั้นมัธยมลงมา 4 ล้านคน จะได้รับเงินช่วยเหลือฟรี คนละ 500 บาทต่อบุตร 1 คน สูงสุดไม่เกิน 3คน ถ้ามีบุตร 3 คนจะได้รับเงินช่วยเหลือ 1,500 บาท เพื่อนำไปซื้อชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน หนังสือเรียน ชุดกีฬา

กลุ่มที่ 2 เกษตรกรที่ถือบัตรคนจน ที่ขึ้นทะเบียนกับ กระทรวงเกษตรฯ จะได้รับแจกเงิน คนละ 1,000 บาทครั้งเดียว เพื่อนำเงินไปซื้อปุ๋ยไว้ใช้ในการเกษตร

กลุ่มที่ 3 คนพิการที่ขึ้นทะเบียนบัตรคนจนกว่า 100,000 คน จะได้รับ เงินพิเศษเพิ่มอีกเดือนละ 200-300 บาท ตั้งแต่เดือน พฤษภาคม-กันยายน 2562 จากเดิมที่ รัฐจ่ายให้เดือนละ 600-800 บาท ผ่านบัตรคนจน เท่ากับได้รับเดือนละ 800-1,100 บาท

กลุ่มที่สอง เป็นประชาชนทั่วไปที่มีอายุ 18 ขึ้นไป ที่ไม่ได้ถือบัตรคนจน รัฐจะแจกเงินให้ฟรีคนละ 1,500 บาท ไม่เกิน 10 ล้านคน ลงทะเบียน ก่อนได้ก่อน ในวงเงิน 15,000 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้จ่ายช่วยกระตุ้น การท่องเที่ยวในประเทศ 2 โครงการ

โครงการแรก “ยิ่งเที่ยว ยิ่งเท่ ช่วยเปย์ เมืองรอง” ผู้ที่ขอรับเงินแจกจากรัฐบาลไปเที่ยวฟรี จะต้องลงทะเบียนออนไลน์ พร้อมระบุจังหวัดเมืองรองที่จะไปเที่ยว จะเที่ยวในจังหวัดที่ตัวเองอยู่อาศัยไม่ได้ เมื่อไปถึงที่เที่ยวแล้ว ต้องนำ บัตรเดบิต ไป เปิดสิทธิบัตร หรือ Activate กับ เมืองรองทั้ง 55 จังหวัดที่ได้ลงทะเบียนในระบบออนไลน์เพื่อยืนยันตัวตน โดยแตะบัตรกับเครื่องรูดบัตรในร้านธงฟ้าของรัฐบาล

โครงการที่สอง ขยายโครงการเดิมที่เพิ่งสิ้นสุดไปเมื่อเดือนธันวาคม โดยผู้ไปท่องเที่ยว “เมืองหลัก” และ “เมืองรอง” ทั่วประเทศ สามารถนำค่าใช้จ่ายที่พักและค่าเดินทางตามจริงไปหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกินคนละ 15,000 บาท

มาตรการ แจกเงินฟรี 22,000 ล้านบาทในครั้งนี้ ทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า เกิดอะไรขึ้นกับเศรษฐกิจในประเทศ คนไทยมีความสุข ที่สุดในโลกจริงหรือ ทำไมรัฐบาลต้องทุ่มเงินกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศมากมายขนาดนี้ ไหนรัฐบาลบอกว่า เศรษฐกิจยังดี จีดีพีปีนี้ยังเติบโต 3.8% น้อยกว่าปีที่แล้วนิดเดียวเอง???