“คนบ้าหรือมิชฉาชีพ” การตัดสินความเป็นคนจากจิตใจ ของท่านผู้พันกับหนุ่มแปลกหน้า ความดีจะชนะใจคุณ

“คนบ้าหรือมิชฉาชีพ” การตัดสินความเป็นคนจากจิตใจ ของท่านผู้พันกับหนุ่มแปลกหน้า ความดีจะชนะใจคุณ


เชื่อว่าหลายคนคงเคยตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้เวลาเจอคนเดินข้างถนนด้วยความสงสารเพื่อนมนุษย์ คิดว่าจอดรับหรือไม่จอดรับดี  เพราะกลัวว่าเขาอาจจะเป็นคนบ้าหรืออาจจะเป็นมิจฉาชีพมาหลอกก็เป็นได้ ล่าสุดวันนี้ (23 เม.ย.63)ทางโลกออนไลน์ได้โพสต์ภาพพันเอกปริชญ์ สุคันธศรีที่ตัดสินใจเรียกชายแปลกหน้าขึ้นรถ พร้อมระบุข้อความว่า วันนี้ท่ามกลางอากาศร้อนระอุ เกิน ๔๐ องศา เขาเดินดุ่มๆ ไม่สนใจใคร บริเวณเลยจาก.จอหอ มาเล็กน้อย สภาพเหงื่อไหลท่วมตัว เลยหยุดรถสอบถาม ได้ความว่าจะไปนครพนม เราบอกให้ขึ้นรถ เขาเดินอ้อมไปขึ้นท้ายกระบะ (เรานึกในใจ สอบผ่านขั้นต้น) ขับรถต่อไปอีกประมาณ ๒๐ นาที สังเกตดูพฤติกรรมไม่มีสื่งผิดปกติ เลยแวะร้านริมถนน ซื้อไก่ย่าง ๑ ตัว ข้าวเหนียว น้ำดื่มขวดใหญ่ และบอกให้เขามานั่งในรถ บอกให้เขาทานข้าวที่ซื้อมาให้ เขาบอกทานเมื่อเช้าแล้ว แต่ก็ให้ไว้ หิวเมื่อไรก็ทานได้เลย

พูดคุยสอบถาม ได้ความว่า เป็นแรงงานติดตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์ (เสาสูง ๓๐-๔๐ เมตร) แต่พอเสร็จงาน หัวหน้าฯหายตัวไป ไม่จ่ายค่าแรง ไม่มีเงินติดตัวสักบาท เมียบอกให้กลับบ้านก่อน ลูกสาวเรียนป.๒ กับกำลังคลาน รวม ๒ คน กำลังรอพ่อกลับบ้าน (ในสภาพข้างต้น) พูดคุยต่ออีก ได้ความว่า เป็นอดีตทหารเกณฑ์ เคยปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปลดประจำการเมื่อปลายปี ๖๑ แล้วมารับจ้างเป็นแรงงานดังกล่าว( เริ่มคุยออกรส )

ถึง อ.พล เราแวะซื้อกาแฟเย็นและเข้าห้องน้ำ ให้ตังส์เขาไปซื้ออะไรกิน ตามที่ตัวเองอยากซื้อ พร้อมบอกเขาว่า หยุดพักสัก ๑๐ นาที ผ่านไปไม่ถึง ๕ นาที เขามารอเราที่รถ พร้อมเงินทอนยื่นให้เรา บอกว่า ผมซื้อกาแฟเย็น(กระป๋อง) เราบอกเก็บเงินทอนไว้เถอะ ( สอบผ่านอีกแล้ว )ถึงบขส.ขอนแก่น ยื่นเงินให้ไปซื้อตั๋วรถกลับนครพนม ส่วนเงินที่เหลือให้เก็บไว้ซื้อชุดนักเรียนให้ลูก ตามที่ลูกรอคอยดูเขาดีใจเป็นอันมาก เมื่อเราบอกว่า กลับไปดูแลลูกเมีย สักระยะ พร้อมเมื่อไร จะฝากให้ทำงานเป็น รปภ.ในสังกัดคนรู้จัก ค่าแรงขั้นต้นวันละ ๕๓๕ บาท (ทำวันหยุด ได้ ๒ แรง) เพราะเราได้ประมวลผลแล้ว เขาสอบผ่าน มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะสนับสนุน.

ขอบคุณข้อมูลและภาพ : ท่านพันเอกปริชญ์ สุคันธศรี