สื่อนอกตีข่าว ฉาว! ไอ้กรฆ่าสาวเยอรมัน เผยไทยอันตราย นักท่องเที่ยวถูก – ฆ่าข่มขืนอื้อ!


**************
จากคดีสะเทือนขวัญ พบศพ น.ส.บีเทอ มิเรียม อายุ 27 ปี สัญชาติเยอรมัน ถูกฆ่าฆาตกรรมอำพรางอยู่บริเวณโขดหินทางขึ้นยอดเสาธง พระจุลจอมเกล้า ม.6 ต.ท่าเทววงษ์ อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเวลา 20.00 น. ของวันที่ 7 เม.ย.62

โดยคนร้ายนำเอาศพไปทิ้งไว้ที่บริเวณบริเวณโขดหินทางขึ้นยอดเสาธง โดยศพถูกก้อนหิน ทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ทับถมกันอยู่รวมถึงใบไม้แห้ง จากการตรวจสอบพบร่องรอยถูกของแข็ง ทุบเข้าที่บริเวณศีรษะจำนวนหลายครั้ง คาดถูกคนร้ายข่มขืนแล้วฆาตกรรมอำพรางเสียชีวิตมาต่ำกว่า 5 ชั่วโมง

ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัว นายรณกร หรือกร หรือปอน ร่มรื่น อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83 ม.2 ต.ท่าเทววงษ์ อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี คนร้ายเอาไว้ได้ จากการสอบสวนยาวนานกว่า 3 ชั่วโมง นายรณกรยอมรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือฆ่าข่มขืนจริง โดยก่อนหน้า ได้ไปเสพยาไอซ์ แล้วก็ไปนั่งเล่นที่จุดเกิดเหตุ

หลังจากนั้นผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์ที่เช่าผ่านมา ตนจึงเรียก และขอมีเพศสัมพันธ์กับผู้ตาย แต่ผู้ตายไม่ยอมคุยด้วย จึงติดตามผู้ตายไป หลังจากนั้นก็ลงมือข่มขืน แต่กลัวว่าผู้ต้องหาจะไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงใช้หินที่อยู่บริเวณแถวนั้นทุบเข้าไปที่ศรีษะหลายครั้ง จนเสียชีวิต แล้วนำศพไปทิ้งในจุดเกิดเหตุ

จากเหตุการณ์ดังกล่าว สื่อต่างประเทศหลายสำนัก ต่างพากันรายงานข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาทิ เดอะมิร์เรอร์ ,เดลี่ เมล์ และ เดอะซัน สื่อดังจากอังกฤษ รวมถึง บิลด์ สื่อดังเยอรมัน ที่รายงานเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

โดย เดอะมิร์เรอร์ ยังรายงานด้วยว่า มีแบ็คแพ็กเกอร์ ทั้งชาวอังกฤษ และยุโรป ถูกสังหารจนเสียชีวิต หรือบาดเจ็บ ในประเทศไทย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

อาทิ เหตุฆาตกรรมนายเดวิด มิลเลอร์ และน.ส.ฮันนาห์ วิทเธอริดจ์ สองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ เมื่อปี 2557 ที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี

กระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษ เตือนว่า มีรายงานการข่มขืนทางเพศที่รุนแรงในแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศไทย เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องธรรมดา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานฟูลมูน ปาร์ตี้ และกิจกรรมในช่วงค่ำ ซึ่งรายงานการข่มขืนในประเทศไทยนั้นมีทั้งชายและหญิง ที่เป็นเหยื่อจากการกระทำดังกล่าว จึงต้องระมัดระวังการดื่มเครื่องดื่มจากคนแปลกหน้า โดยเฉพาะในเกาะเต่า สมุย พัทยา และงานฟูลมูนปาร์ตี้บนเกาะพงัน

ขอบคุณ : ข่าวสด