แม่ชรา แจ้งจับลูกคลั่งไถเงินฉีดน้ำใส่หน้า


วันที่ 2 กันยายน 2563 ทีมข่าวได้รับรายงานว่า จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งชื่อ Kornkamon rupsaart ได้โพสต์คลิปภาพเรื่องราวเหตุการณ์ ลูกชายทำร้ายแม่ระบุว่า แชร์ต่อไปทีค่ะ คนบ้ายาตีแม่ตัวเองเหตุเพราะจะเอาเงินไปเล่นยา เหตุเกิดที่ท่าปรง เทศบาล 8 จ.สมุทรสาคร นั้น

โพสต์ดังกล่าว

ต่อมา วันที่ 1 กันยายน 63 ที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร นายต่อ ลูกชายคนเล็กของนางสอง พาแม่ไปให้ปากคำเพิ่มเติมที่โรงพัก หลังจากเดินทางไปตรวจร่างกาย และรับยาโรคประจำตัว พร้อมนำคลิปหลักฐานลูกชายทำร้ายแม่ไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินคดีกับนายเอ็ม ลูกชาย ในข้อหาทำร้ายร่างกายบุพการี และดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติดด้วยนั้น

นางสอง (นามสมมติ) อายุ 62 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยด้วยอาการสั่นว่า ตนเองไม่คิดว่าลูกชายจะอาการหนักแบบนี้ นับวันยิ่งใช้แต่ความรุนแรง ทุบตีด้วยของแข็งหรือสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว บางวันเอาเสื้อผ้าและยาโรคประจำตัว ความดัน เบาหวาน ไขมันของตนไปเผาทิ้ง หนักสุดยกเอาโทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องใช้ไฟฟ้าไปขาย เพราะตนไม่มีเงินให้ ซึ่งทั้งชีวิตเหลือแค่พัดลม 2 ตัว ที่นอน เสื้อผ้าไม่กี่ชุด

นางสอง เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนต้องเจอเหตุการณ์โดนทำร้ายไม่ซ้ำแต่ละวัน บางวันนายเอ็มเอาพริกป่นละลายน้ำสาดเข้าที่หน้า ใช้ปากกา ของปลายแหลมทิ่มแทงจนเป็นแผล ขโมยผ้าถุงไปทิ้งถังขยะ และมีวันที่คลั่งหนัก เอาไฟจุดเผาหน้าบ้าน

รวมถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา ตนถูกนายเอ็มเอาถังสีดำฟาดจนถังแตก เจ็บช้ำปวดไปทั้งตัว และยังถูกเอาน้ำฉีดเข้าที่หน้า ห้ามพูด ห้ามร้อง ทำให้ต้องทนนั่งหนาวสั่นทั้งคืน

ซึ่งสาเหตุที่ลูกชายทำแบบนี้ ก็เป็นเพราะว่าขอเงินตนไม่ได้ ตัวเองเคยพูดประชดลูกและคิดที่จะทำจริง โดยจะออกไปขอทาน เพื่อหาเงินมาให้ลูกใช้

ส่วนตัวไม่ว่าจะรักลูกมากแค่ไหน แต่วันนี้จึงต้องยอมที่จะแจ้งความจับลูกตัวเอง เพราะต้องการที่จะให้หน่วยงานและตำรวจช่วยพาไปบำบัด และดูแลให้กลับมาเป็นลูกชายคนเดิม เพราะไม่เช่นนั้นตัวเองก็จะต้องถูกทำร้ายร่างกาย วันหนึ่งอาจจะต้องตายด้วยมืดของลูกก็ได้” ส่วนตัวเคยคิดมาตลอดว่าอยากจะฆ่าตัวตาย เพราะไม่อยากเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะยังรักลูกอยู่เสมอ

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลจาก สภ.เมืองสมุทรสาคร เจ้าหน้าที่ตำรวจ เตรียมแจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายบุพการี เสพสารเสพติดให้โทษประเภท 1 ซึ่งหลังจากนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อจะแจ้งข้อกล่าวหา โดยอยู่ระหว่างการสอบเพิ่มเติมพยานบุคคล และภาพคลิปวิดีโอจากพลเมืองดี

สำหรับประวัติ นายเอ็ม เมื่อกลางปี 2562 เคยโดนจับในข้อหาทะเลาะวิวาทและยาเสพติด ต้นปี 2563 อาละวาดคลั่งจนถูกส่งไปบำบัด และล่าสุด วันที่ 1 ด.ย. 63 โดนถูกแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายบุพการี และข้อหาเสพยาเสพติด

ทีมข่าวเดินทางลงพื้นที่บ้านพักย่านมหาชัย จ.สมุทรสาคร นางสาวจ๋า (นามสมมติ) อายุ 40 ปี ลูกพี่ลูกน้องของผุ้ก่อเหตุ พาทีมข่าวเข้าไปภายในบ้านจุดเกิดเหตุ พบหลักฐานที่นายเอ็ม อายุ 30 ปี ใช้ก่อเหตุทำร้ายแม่เมื่อคืนที่ผ่านมา คือถังน้ำพลาสติกสีดำ สายยางพลาสติก

ภายในบ้าน พบว่าทรัพย์สินที่หลงเหลืออยู่มีเพียงพัดลม 2 ตัว ฟูกนอนพร้อมผ้าห่มวางอยู่กลางบ้าน ส่วนทรัพย์สินอื่น โทรทัศน์ ตู้เย็น หม้อหูข้าว รถมอเตอร์ไซค์ ถูกนายเอ็มยกออกไปขายเพื่อหาเงินใช้ จึงเหลือเพียงบ้านที่ว่างเปล่า

ภายในบ้านจะมีเครื่องรางของขลัง รวมถึงการเขียนอักษรลักษณะคล้ายยันต์ และคาถาสวดต่าง ๆ ด้วยภาษาบาลี และยังมีข้อความเขียนด้วยหมึกสีต่าง ๆ เช่น เอ็มตายไปแล้ว, พระปราง 3 ยอด, ลูกหลัง ,ครูทำแท้ง และบริเวณกลางบ้าน มีการก่อปูนขึ้นมา 6 ชั้น ซึ่งชั้นที่ 4 มีพระเครื่องแบบผงติดอยู่หนึ่งองค์ และบริเวณชั้นที่ 1 และ 2 มีลักษณะคลายรอยเลือดอยู่ 2 มุม ด้านบนสุดมีคาถาบูชาเจดีย์ติดอยู่ และบริเวณกลางบ้านพบว่ามีรูปปั้นกุมาร 2 องค์กลางแท่นว่าง มีชิ้นส่วนของศาลพระภูมิวางอยู่ แม้แต่ภายในห้องน้ำก็มียันต์เขียนติดพื้นและผนังรอบทิศ

นางสาวจ๋า เล่าว่า ตนเองสังเกตพฤติกรรมของนายเอ็มมาช่วงหนึ่งแล้ว มุมหนึ่งก็เชื่อในเรื่องของสิ่งที่ได้เอ็มนำเข้ามาไว้ในบ้าน คือ จำพวกหุ่นปั้นจากศาลพระภูมิ พระพุทธรูปเก่าหัวหักหรือแตกเสียหายที่มีคนเอามาทิ้ง ชุดนางรำ กุมารทอง นายเอ็มพบเจอที่ไหนก็จะเก็บเอามาไว้ที่บ้าน โดยตนเองและแม่ของนายเอ็มต้องแอบเก็บไปทิ้ง เพราะไม่รู้ว่าสิ่งที่เก็บมานั้นมีความหมายว่าอย่างไร

แต่ในมุมส่วนตัวเชื่อว่าอาการที่เปลี่ยนไปของนายเอ็มเกิดจากสิ่งลี้ลับที่มองไม่เห็น เช่น การมาทวงของคืนของสิ่งลี้ลับ บางทีจะเห็นนายเอ็มเดินตะเวนไปทั่วหมู่บ้าน บ้านไหนมีศาลพระภูมิ มีพวงมาลัย ก็จะไปขโมยจนศาลโล่งเตียน

สำหรับพฤติกรรมการทำร้ายแม่ นายเอ็มจะขอเงินวันละ 100-200 บาท เพื่อเอาเงินไปเสพยา เวลาแม่ไม่ให้ นายเอ็มจะทุบตี สาดน้ำ เอาของไปทิ้งหรือเผาเพื่อนแกล้งแม่ หนักไปกว่านั้นเอายาโรคประจำตัวไปทิ้งขยะ จากพฤติกรรมพวกนี้จึงทำให้ญาติพี่น้องไม่กล้าเข้ามายุ่ง เพราะนายเอ็มจะทำร้ายคนอื่นด้วย หรือแม้แต่น้องชายคนเล็กยังหนีซุกไปนอนบ้านญาติ เพราะทนโดนนายเอ็มทำร่ายร่างกายไม่ไหว