สาวสู้ชีวิต ถูกสามีทิ้งเลี้ยงลูก 2 คนในเบลเยียม ปลูกผักขายปัจจุบันส่งทั่วยุโรป



สาวหัวใจเข้มแข็งสู้ชีวิตในประเทศเบลเยียม สามีทิ้งไปต้องเลี้ยงลูกทั้ง 2 คนเอง เธอจึงลองปลูกผัก ช่วงแรกๆ นั้นลองปลูกเล่นๆ แต่ปรากฏว่าผักที่เธอลองปลูกนั้นเจริญงอกงามขายได้ดี จนปัจจุบันนี้ส่งขายทั่วยุโรปไปแล้ว

เธอคนนี้เป็นหญิงที่สู้ชีวิตมากๆ เพราะต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศ วัฒนธรรมต่างชาติ อีกทั้งยังต้องเผชิญกับความยากลำบากด้านภาษา ข้อจำกัดทางกฎหมาย ฯลฯ บางคนประสบปัญหาครอบครัวทำให้ต้องหย่าร้าง หลังจากนั้นก็ต้องดิ้นรนหาเลี้ยงตัวเองและลูกให้ยืนหยัดอยู่ได้ในต่างแดน หลายคนสามารถก้าวข้ามช่วงเวลาแห่งความทุกข์ไปได้ด้วยความอดทน ขยัน ประหยัด ทำงานหนักถึงวันละ 15 ชม.โดยต้องเลี้ยงดูลูกควบคู่ไปด้วยในเวลาเดียวกัน

เมื่อเธอเห็นต้นอ่อนของพืชผักเธอมักจะพูดเสมอว่า “เห็นทีไรก็คิดถึงทุกที เรารักที่จะเป็นชาวสวน”

เลี้ยงลูกมันง่ายกว่าเลี้ยงต้นไม้ แต่ในบางครั้งเลี้ยงต้นไม้กลับยากกว่าเลี้ยงลูก ชีวิตต่างแดนหากเราขยันอดทน เราก็จะมีความสุขเพราะเรามีเงินและมีงาน ภาพนี้หลายๆ คนอาจจะคิดว่าลำบาก แต่สำหรับเรานะมันเป็นภาพที่มีความสุขมาก ได้ฝึกความอดทนให้เขาตั้งแต่เล็กๆ” รุ้งพูดอย่างมีความสุขเมื่อดูรูปลูกสาว ลูกชายนอนดูดขวดนมขณะที่เธอกำลังทำสวน

สุภาพร กรมพานะยาน หรือ ‘รุ้ง’ เจ้าของ “สวนมะกรูด มะนาวในเบลเยียม” หญิงตัวคนเดียวที่สามารถยืนบนขาตนเองได้หลังจากหย่าขาดจากสามีและต้องดูแลเลี้ยงดูลูกชายหญิงอีก 2 คน เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของหญิงสู้ชีวิตในยุโรปที่น่าภาคภูมิใจ

และเป็นที่ชื่นชมของคนบ้านเราในยุโรป เธอคือหญิงตัวคนเดียวสามารถก้าวข้ามปัญหาอุปสรรค ตั้งใจเรียนรู้ชีวิตพืชผักจนเข้าใจและมีความสุขอยู่ในสวนกับพืชผักพันธุ์ไม้บ้านเราหลากสายพันธุ์

รุ้ง เล่าให้เราฟังถึงเส้นทางชีวิตกว่าจะมาถึงวันนี้ว่า เธอเป็นสาวจากจังหวัดอุดรธานี แต่งงานและย้ายมาอยู่เบลเยียมกับอดีตสามีชาวเบลเยียมเมื่อ 9 ปีที่แล้ว หลังจากอยู่กินกันได้ไม่นานก็มีปัญหาครอบครัว ทำให้ต้องหย่าร้างกับสามี และสามีก็ทิ้งไป

โดยมีลูกชายหนึ่งคนและลูกสาวหนึ่งคนที่เธอรับผิดชอบเลี้ยงดูด้วยตนเอง ทำให้เธอต้องมานั่งคิดว่า จะหาทางออกให้ชีวิตสามารถก้าวไปข้างหน้าในประเทศเบลเยียมได้อย่างไร? นั่นคือที่มาของ “สวนมะกรูด มะนาวในเบลเยียม”

สวนแห่งนี้ เป็นสวนปลูกและเพาะพันธุ์ผักหลากหลายชนิดที่รู้จักกันดีของคนบ้านเราทั่วทวีปยุโรป ตั้งอยู่ที่เมืองไนจ์เลน (Nijlen) ห่างจากกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงเบลเยียม ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 55 กิโลเมตรใกล้กับเมืองอันต์เวิร์ป

“หลายคนคิดจบชีวิต เพราะว่ามีร่างเดียวรักษาไม่ได้ แต่รุ้งมีร่างเดียวกลับอยากแยกร่างเพราะงานเยอะมาก และมีความสุขกับงานด้วย สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือภูมิใจกับตัวเอง การค้นพบชีวิตของพืชต่างๆ หลากหลายชนิด ต้นไม้มีราคาแพงมาก

ผักที่เราซื้อหามากินอาจจะสะดวกสบายราคาถูก หากทว่าประสบการณ์ที่เราได้รับจากดูแลพืชผักปลูกเองกับมือ ให้ความรู้สึกสุดยอดมากนะ เรากินผักใช้เวลาแค่ 1 นาทีก็กินหมด แต่กว่าที่พืชผักจะโตต้องใช้เวลา 2-3 เดือน พืชบางอย่างใช้เวลาเป็นปีกว่าจะได้กิน ประสบการณ์เท่านั้นถึงจะตอบตัวเองได้ ขอให้เพื่อนๆ ทดลองปลูกดูนะคะ” รุ้งกล่าวให้กำลังใจคนชอบกินผักหันมาปลูกผักกินเอง

รุ้งกล่าวว่า “เป็นคนชอบทานผักและหาซื้อผักของบ้านเรายาก รวมทั้งมีราคาแพง ทำให้คิดว่า ทำไมไม่ลองปลูกไว้กินเอง จึงได้ทดลองปลูกและหาวิธีการต่อยอดมะกรูดจนได้ผลสำเร็จและทดลองขายดู พอขายได้ดีก็เลยเริ่มเปิดเป็นธุรกิจของตนเอง”

ผักหลายอย่างประสบปัญหาการนำเข้าเช่น ใบกะเพรา ใบโหระพา ใบมะกรูด ที่ถูกสหภาพยุโรปคุมเข้มตรวจสอบแมลงและสารตกค้าง บางช่วงร้านอาหารบ้านเราหลายแห่งไม่มีใบกะเพรา เนื่องจากถูกห้ามนำเข้าหรือหากการสุ่มตรวจพบแมลงหรือสารตกค้างก็จะถูกเผาทำลาย ทำให้ผักบ้านเราซื้อหาได้ยากและมีราคาสูงเนื่องจากต้องผ่านขั้นตอนตรวจสอบมากมาย

หญิงคนนี้ได้ลองผิดลองถูกสะสมประสบการณ์จนเข้าใจธรรมชาติของพืชผักแต่ละชนิด สามารถเพาะพันธุ์ผักหลากชนิดที่คนส่วนใหญ่ชื่นชอบ ขายส่งทั่วยุโรปในราคาไม่แพง อาทิ พริก มะเขือเปราะ กะเพรา แมงลัก โหระพา ผักแพรว ผักบุ้ง คะน้า ผักชี ใบมะตูม ใบมะระ โหระพา ผักกาด พริก ผักกวางตุ้ง ใบมะกรูด มะเขือยาว

ต้นพันธุ์ไม้ เช่น มะกรูด มะลิ มะตูมแขก เฟื่องฟ้า ลีลาวดี หรือพืชผักแบบปลูกในกระถาง เช่น พริก กะเพรา เตย ชะพลู มะลิ มะตูม มะกรูด มะนาว บัวบก ตะไคร้ แพรว พืชผักทุกชนิดปลอดสารเพราะไม่ใช้ยากำจัดแมลง

เนื่องจากปลูกในเรือนกระจกและใช้น้ำพ่นไล่แมลง นอกจากนั้น ยังมีหน่วยงานสาธารณสุขเบลเยียมที่เข้ามาสุ่มตรวจสอบหาสารตกค้างเป็นประจำทุกปีอีกด้วย

เมื่อปีที่ผ่านมา รุ้งเล่าว่า รับออเดอร์และจัดส่งพืชผักทางไปรษณีย์ไปให้คนบ้านเราที่อาศัยอยู่ทั่วทวีปยุโรป โดยรับประกันว่าหากเสียหายหรือคุณภาพไม่ดีก็ยินดีคืนเงินให้ สวนผักในเบลเยียมของเธอ มีรายได้จากการขายพืชผักสวนครัวและพันธุ์ไม้ของ ‘สวนมะกรูด มะนาวในเบลเยียม’

ด้วยยอดขายสูงถึง 5-6 หมื่นยูโร (2-2.4 ล้านบาท) หรือตกเดือนละประมาณ 5,000 ยูโร (สองแสนบาท) นับว่าสูงมากทีเดียวสำหรับผู้หญิงทำงานคนเดียว

การปลูกพืชเมืองร้อนในประเทศเมืองหนาวเช่นเบลเยียม ต้องมีความรู้ความเข้าใจสภาพอากาศท้องถิ่นเป็นอย่างดี รุ้งอธิบายว่า “อากาศที่ยุโรป เดือนมีนาคมเป็นเดือนอันตรายมาก อากาศจะร้อนๆ หนาวๆ บางครั้งมีน้ำแข็งเกาะตอนเช้า ตอนกลางวันจะร้อนและมีแดดออก

ต้นกล้าหลายชนิดยังอ่อนแอไม่สามารถปรับตัวได้สุดท้ายก็จะไม่รอด วิธีที่รุ้งสังเกตการจากธรรมชาติ เรามองไปที่ต้นไม้ต่างๆ หากไม่แตกยอดขึ้นมา หมายความว่าอากาศยังมีโอกาสที่จะติดลบ ต้นไม้ผักต่างๆ มันเป็นของธรรมชาติที่จะมีสัญญาณบอก เราก็ไม่ต้องรีบร้อน ต้องรออากาศนะคะ พอจะเข้าเดือนเมษายนต้นไม้ที่เบลเยียมยังไม่แตกยอดแสดงว่าปีนี้จะร้อนช้ามาก

“เมล็ดพันธุ์พืชผักสวนครัวของเรานำเข้าจากประเทศบ้านเรา มีการนำเข้ากิ่งเพื่อนำมาปลูกเพาะชำและขยายพันธุ์ต่อด้วย เช่น ต้นมะเขือเปราะที่ปลูกในกระถางเพื่อขายทั้งต้นจะมีแบบใช้ดินผสมเองและใช้ดินสำเร็จรูป แบบปลูกเพาะจากเมล็ดพันธ์ุที่จะให้ผลผลิตต้นละ 5-6 ก.ก.

และวิธีต่อกิ่งที่จะทำการต่อกิ่งต้นมะเขือเปราะเข้ากับลำต้นมะเขือเทศที่มีความทนทานต่อดินฟ้าอากาศและแมลงและให้ผลผลิตต้นละประมาณ 7 กก.” รุ้งอธิบายถึงต้นมะเขือเปราะที่วางอยู่หลายแถวแยกกันและมีความแตกต่างของลำต้นและใบอย่างเห็นได้ชัด

“การปลูกผักทำให้ได้สัมผัสธรรมชาติ มีความสุขในการได้เห็นต้นไม้ทุกต้นที่มีชีวิตเติบโตในแต่ละวัน การรดน้ำพืชผักก็เป็นการผ่อนคลายที่ได้ให้ความชุ่มชื้นกับต้นไม้” รุ้งกล่าวพร้อมรอยยิ้มและสีหน้าเปี่ยมสุข “การทำสวนผักต้องเข้าใจธรรมชาติ คือ ดินที่ได้ผสมเองสำหรับต้นไม้แต่ละชนิด

ผักต้องมีความร้อนก็ต้องรอจนอากาศเริ่มอุ่นจึงลงต้นกล้า เพื่อลดต้นทุนค่าแก๊สทำความร้อน น้ำก็ต้องให้ในปริมาณที่เหมาะสม และสำคัญที่สุดคือ การเอาใจใส่ดูแลทะนุถนอมอย่างดีทุกวัน บางวันรุ้งทำงานถึง 15 ชั่วโมง”

พืชผักของ ‘สวนมะกรูด มะนาวในเบลเยียม’ ปลูกในเรือนกระจกพื้นที่ 7 ไร่ที่เธอซื้อแล้วครึ่งหนึ่งและอีกครึ่งหนึ่งเช่า เนื่องจากเจ้าของยังไม่ยอมขาย สวนผักของเธอจะเปิดให้คนบ้านเราไปซื้อหาได้ในราคาไม่แพงนัก

และเธอจะเน้นให้ทุกคนได้ไปสัมผัสเพื่อรับรู้ถึงกรรมวิธีการเพาะปลูกที่ต้องใช้เวลานานและต้องทะนุถนอมอย่างดีกว่าจะเก็บกินได้ เพื่อให้เห็นคุณค่าของพืชผักว่า มีชีวิตและต้องมีการดูแลเอาใจใส่มากเช่นกัน

นักท่องเที่ยวจากทั่วยุโรป อาทิ อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี และสแกนดิเนเวีย ที่จัดทัวร์เดินทางไปชมสวนทิวลิปเคอร์เคนฮอฟอันเลื่องชื่อของประเทศเนเธอร์แลนด์ หลังจากนั้นก็จะผ่านมาเบลเยียมเพื่อแวะชม “สวนมะกรูด มะนาวในเบลเยียม”

เป็นยังไงกันบ้างค่ะ อ่านเรื่องราวของคุณรุ้งเเล้วทำให้มีกำลังใจสู้ชีวิตต่อไปอีกเลยใช่มั้ยละค่ะ คุณรุ้งเป็นแบบอย่างที่ดีถึงแม้ว่าเธอจะเจอเรื่องที่โชคร้ายเเต่เธอก็ไม่เก็บเอาเรื่องนั้นมาคิดให้ตัวเองท้อแท้ แต่กลับสู้ชีวิตจนปัจจุบันนี้ประสบความสำเร็จในชีวิต

ขอบคุณข้อมูล : secretbook