หมอประกิต ลั่นต้องขึ้นภาษีบุหรี่ไม่ควรเลื่อน ชี้บุหรี่ถูก-คนไม่เลิกสูบ


จากกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเลื่ อนการปรับขึ้นอัตราภ าษีสรรพสามิตย าสูบ 40%

อัตราเดียวจากวันที่ 1 ต.ค. 63 เป็นวันที่ 1 ต.ค. 64 ซึ่งจากเดิม 2 ระดับ คือ 20%

สำหรับบุหรี่ราค าต่ำกว่าซองละ 60 บ าท และ 40% สำหรับบุห รี่ราค าซองละ 60 บ าท

เพื่อลดผลกระทบผู้ประกอบการ ทั้งในประเทศและนำเข้า รวมถึงเกษตรกรผู้ปลู กใบย าสูบ

จากสถานการณ์โรคโควิด-19

ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ก.ค. ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ

เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า

ตนมองว่าสถานการณ์ช่วงโควิด-19 ธุรกิจย าสูบก็ไม่ได้รับผลกระทบเหมือนธุรกิจอื่น

เพราะคนก็ยังซื้อสูบกัน และยังมีกำไรมหาศาล

อีกทั้ง “บุหรี่” ไม่ใช่สินค้ าจำเป็น และเป็นสินค้ าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ทำให้คนเกิดการเสพติด คนเจ็ บป่ วยและเสี ยชี วิต จึงไม่ใช่ธุรกิจที่รัฐบ าล

จะต้องไปเห็นใจหรือให้การช่วยเหลือเหมือนธุรกิจอื่นที่ได้รับผลกระทบ

การขึ้นอัตราภ าษีย่อมต้องเกิดผลกระทบแน่นอน โดยเฉพาะผู้ประกอบการ

เนื่องจากหากฝ่ายขายไม่ได้รับผลกระทบ ผู้บริโภ คก็จะยังคงสูบต่อไป

หากไม่กระทบก็จะมีผู้สูบบุห รี่เป็น 10 ล้านคน ต่อไปเรื่อย ๆ

เมื่อถามว่า การเลื่อนขึ้นภ าษีบุหรี่มีการเลื่อนมาแล้วจาก 1 ต.ค. 62

มาเป็น 1 ต.ค. 63 และยังมีการเลื่อนต่อออกไปอีก 1 ปีเช่นนี้

มีอะไรแอบแฝงหรือซ่อนเร้นหรือไม่ ศ.นพ.ประกิต กล่าวต่อว่า ตนไม่รู้

แต่อย่ างแอฟริกาใต้เขาห้ามขายบุห รี่เลย ยืนยันว่า

ผู้ประกอบการย าสูบไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล เพราะปกติกำไรมหาศาล

และไม่ใช่สินค้ าจำเป็น นอกจากนี้ มองว่ายังควรต้องขึ้นภ าษีย าเส้นด้วย

จุดนี้แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างภ าษี 20 และ 40 นี้ มีปั ญหา

ต้องมาคิดใหม่ให้แ ฟร์ ไม่ให้กระทบเฉพ าะบุ หรี่ไทย

จากการที่บริษัทบุหรี่นอกลดราค าลงมา ส่วนเรื่องชาวไร่ย าสูบ

เลี่ ยงไม่ได้ที่จะได้รับผลกระทบ แต่ตามอนุสัญญาควบคุมย าสูบ

ก็ระบุชัดเจนว่า รัฐบ าลต้องไปช่วยเรื่องการเปลี่ยนอาชีพ

หรือการปลู กพืชทดแทน ไม่ใช่คงอยู่ในอาชีพนี้ มิเช่นนั้นการสูบบุห รี่ก็ไม่ลดลง

ถ้าจะไม่ขึ้นภ าษีเพื่อลดผลกระทบผู้ประกอบการชาวไร่

สุดท้ายก็จะสะท้อนกลับมากระทบสุขภาพประชาชน เพราะราค าถูกทำให้ไม่

ข้อมูลkhaosod