ผลวิจัยชี้ “ดมตด” วันละนิด ดีต่อสุขภาพช่วยบำบัดโรคได้มากมาย


วันนี้แอดมีเรื่องราวที่ใครหลายๆคนไม่เคยรู้มาก่อน สำหรับ การผายลม หรือ ตด ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ โดยในแต่ละวันคนเราอาจผายลมได้บ่อยถึง 10 – 20 ครั้ง ซึ่งคิดเป็นปริมาณแก๊สที่ปล่อยออกมาได้มากถึง 0.5 – 1 ลิตรต่อวัน หรือเทียบง่ายๆ

เท่ากับปริมาณแก๊สที่บรรจุอยู่ในลูกโป่งหนึ่งใบทีเดียว การศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัยเอ็กเซทเตอร์ ประเทศอังกฤษ ระบุว่า กลิ่นตดหรือผายลม หรือ กลิ่นของก๊าซไข่เน่าเพียงนิด สามารถป้องกันโรคต่างๆ ได้แม้แต่โรค มะเร็ง ดร.มาร์ก วูด ระบุว่า ก๊าซไฮโดรเจน ซัลไฟด์

You May Like

ซึ่งเกิดจากกระบวนการย่อยอาหารของแบคทีเรีย แม้จะมีกลิ่นเหม็นรุงแรงเหมือนไข่เน่า หรือแก๊สในกระเพาะอาหาร แต่มันก็เป็นสิ่งที่ถูกผลิตขึ้นตามธรรมชาติในร่างกายของมนุษย์ และอาจจะเป็นกุญแจสำคัญไขปัญหาสุขภาพที่นำไปสู่การบำบัดรักษาโรคได้หลายชนิด

นักวิจัยเชื่อว่า การสูดดมกลิ่นผายลม หรือกลิ่นไข่เน่าเพียงน้อยนิด อาจช่วยลดความเสี่ยงทั้งโรคมะเร็ง, โรคหลอดเลือดในสมองตีบ, โรคหัวใจ, โรคไขข้อ หรือแม้กระทั่งภาวะสมองเสื่อม โดยผลในการปกป้องไมโตคอนเดรีย (mitochondria) หรือแหล่งพลังงานของเซลล์

ส่วนศาสตราจารย์ แม็ต ไวต์แมน จากมหาวิทยาลัยเดียวกันกล่าวในการแถลงข่าวว่า นักวิจัยได้จำลองก๊าซในธรรมชาติที่สารประกอบใหม่อย่าง AP39 ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ โดยต้องใช้ในปริมาณต่ำ ซึ่งเจ้า AP39 นี้ จะถูกส่งตรงไปยังเซลล์ไมโทชอนเดรียล

เพื่อซ่อมแซมความเสียหาย และมันจะเป็นกุญแจสำคัญต่อการรักษาฟื้นฟูต่อไปในอนาคต ส่วนผลวิจัยนี้ยังมีข้อติงอยู่ว่า ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ที่มีประโยชน์ต้องถูกผลิตขึ้นภายในเซลล์ ไม่ได้มาจากภายนอกร่างกาย

-ขอขอบคุณ webwanwan