5 วิธีคิด แบบผู้ใหญ่ ที่จะทำให้ผู้ใหญ่ กลายเป็นผู้ใหญ่จริงๆ


เคยได้ยินไหมบางคนยังเป็นเด็ก แต่มีความคิดแบบผู้ใหญ่ แต่ผู้ใหญ่บางคน ยังมีความคิดแบบเด็ก ๆ

วิธีคิดแบบไหน ที่เรียกว่ายังไม่โตแบบไหน ที่เรียกว่าโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว

วันนี้ เราได้รวบรวม 5 วิธีคิด ที่จะช่วยให้คุณกลายเป็นผู้ใหญ่ ที่ประสบความสำเร็จ และมีความสุขในชีวิต

เพิ่มขึ้นกว่าเดิมลองดูว่า แต่ละวิธีคิดคุณอยู่ใน Level ไหนถ้าคุณมี L e v e l 1 ก็มีโอกาสพัฒนา ให้ดีขึ้นต่อไปได้


1. มองไกล

Level 1 : อดทนได้เมื่อเรามองไกลมองเห็นถึง อนาคตของปัจจุบัน ที่กำลังทำ อยู่รู้ว่าถ้าอดทนแล้ว

จะได้ดีรู้ว่า อดกลั้นแล้วจะผ่านไป ได้ด้วยดี เช่นอดทน กับความเหนื่อยยาก

เพราะรู้ว่า ถึงจะลำบากสุดท้าย ก็สบายทีหลัง อดกลั้นที่จะไม่ทำร้ายจิตใจ คนอื่น

เพราะรู้ว่าสุดท้ายแล้วเ ราจะได้ไม่รู้สึกผิด หรืออดกลั้นกับ ความสะดวกสบาย ชั่วคราว

เพื่อให้ได้รับความสุข ระยะยาวในภายหลัง เช่นอดทนประหยัด เงินหารายได้พิเศษ

เพื่อจะได้ชำระหนี้ได้ หมดเร็ว ๆ หรืออดทนไม่เล่นโซเชียลมีเดีย ในเวลางานจะได้ทำงาน ส่งทันเวลา และกลับบ้านได้เร็วเป็นต้น

Level 2 : คิดยาวได้เวลาที่เราคิดสั้น มักจะหุนหันพลันแล่น ทำอะไรไปโดยไม่คิด

หงุดหงิดง่าย แต่ถ้าเราคิดยาวเมื่อไหร่ จะได้ความเข้าใจ ชีวิตที่มากขึ้น เช่นเรารู้ว่าที่ตั้งใจ

อ่านหนังสือเรียน เพื่ออะไรออกกำลังกายไปเ พื่ออะไรมีระเบียบวินัยไป ทำไมขยันทำงาน รับผิดชอบใน หน้าที่ไปเพื่ออะไร

รู้ว่าเวลาไหน ควรทำงาน หรือเรียนเพื่อ ให้มีเวลาพัก และเล่นได้นานขึ้น และเราจะเสียโอกาสอะไร

หากเราไม่ลงมือทำ ทันทีรวมทั้งเข้าใจ ธรรมชาติของชีวิต ที่เหมือนฤดูกาล มีทุกข์มีสุข หมุนเวียนกันไป

ไม่มีอะไรอยู่ได้นาน หรือยั่งยืนเมื่อเข้าใ จชีวิตมากขึ้นเ ราก็จะปล่อยวาง ได้ง่ายขึ้น

และยอมรับสถานการณ์ ที่ผ่านเข้ามาได้มากขึ้น ไม่ยึดติดอยู่กับสิ่งใด นาน ๆ เพราะรู้ว่าอีกเดี๋ยวก็ผ่านไป

Level 3 : ตั้งเป้าได้เมื่อเราเริ่มคิดถึงอนาคต และถามใจตัวเองว่าเ ราจะอยู่เพื่ออะไร ถ้าเราไม่มีเป้าหมายอะไรเลย

เราจะกล้าตัดสินเพื่อตัวเองง่ายขึ้น เริ่มตั้งเป้าหมายในชีวิต ออกมาจาก C o m f o r t Z o n e

เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองพัฒนาตัวเอง ทำสิ่งที่อยากทำและ ทำฝันให้เป็นจริง

2.ใจกว้าง

Level 1 : เรียนรู้ได้ถ้าเราเปิดใจออกให้กว้าง เราจะมีพื้นที่เปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ได้อีกมาก

เพราะเข้าใจว่าความรู้ในตัวเรานั้น มีน้อยนิดเหมือนเป็นน้ำครึ่งแก้ว ที่มีวันเติมได้อีกเรื่อยๆ

พร้อมที่จะเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ ด้วยใจที่ปราศจากอคติเปิดใจ รับฟังสนใจอ่านมากขึ้น

ชอบพัฒนาตนเองและเรียนรู้ วิธีการเปลี่ยนพฤติกรรม หรือปรับวิธีคิด ข อ ง เ ร า เพื่อชีวิตที่สงบและ

พบความสุขมากขึ้น เพราะมีความเชื่อว่าคนเราเปลี่ยนแปลงกันไ ด้เพียงแค่ให้โอกาสตัวเอง ได้เปลี่ยนแปลงเท่านั้น

Level 2 : ยอมรับได้การยอมรับความจริงทำให้เรา เป็นอิสระและไปต่อได้ สามารถยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็นซื่อสัตย์

กับความรู้สึกของตัวเองเป็นตัวของตัวเองได้ และยอมรับในความแตกต่าง ของกันและกันยอมรับ ใน ความคิดเห็นของคนอื่น

ไม่ตัดสินคนอื่นถ้ายังไม่รู้จักเขาดี พอจะทำให้เราพอใจ ในชีวิตของตัวเอง และเข้าใจคนอื่นมากขึ้น

เช่นถ้าอกหักแล้วยอมรับว่าคนนั้น ไม่ใช่คู่แท้ ของเราก็จะเปิดใจ รอคนที่ใช่ได้เร็วขึ้น

Level 3 : ให้อภัยได้การให้อภัยตัวเอง ทำให้เราเป็นอิสระ จากความรู้สึกผิดและ พร้อมที่จะเป็นคนที่ดีขึ้นได้

และการให้อภัยคนอื่น จะทำให้เรายอมรับใน สิ่งที่เขาเป็นมากขึ้น และเป็นอิสระจากค วามไม่พอใจ หรือคิดแค้นโทษคนอื่น

แถมยังเป็นแรงผลักดันใ ห้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นได้ อีกด้วยแม้ว่าความสัมพันธ์

อาจจะไม่เหมือนเดิม แต่อย่างน้อยก็ไม่ทำให้เรายึดติด อยู่กับอดีตอีกต่อไป

3.คิดบวก

Level 1 : ขอบคุณได้เมื่อเราคิดบวก จะรู้สึกขอบคุณ ในสิ่งที่เรามีขอบคุณ โอกาสที่ได้รับ ขอบคุณสิ่งดี ๆที่คนอื่น

หยิบยื่นให้โลกภายในใจ เปลี่ยนไปมองว่าโชคดีมากขึ้น และเมื่อขอบคุณบ่อย ๆ จนเป็นนิสัยจะรู้สึก

ถึงความพอเพียงพอใจ ภูมิใจในตัวเอง เชื่อมั่นและมั่นใจในตัวเอง และมีความสุขมากขึ้น

Level 2 : โฟกัสได้เมื่อเรารู้ว่าอะไรดีไม่ดี เราจะเลือกโฟกัส ในด้านดี ๆ เห็นด้านดี ๆ

ในตัวเองมากขึ้นเผยด้านดี ๆ ในตัวเองออกมาพร้อม ทั้งโฟกัสด้านบวก ในตัวคนอื่นได้ดีขึ้น

มองเห็นจุดเด่นของคนอื่น มองข้ามข้อเสียของคนอื่น หรือถ้าเป็นเรื่องงาน มีปัญหาความท้าทายเข้ามา

ก็สามารถมุ่งความสนใจไป ที่การทำงานให้ผ่านไป ได้ด้วยดีมากกว่าที่จะโฟกัส ในด้านลบบั่นทอนจิตใจ ทำให้ทำงานได้ช้าลง

Level 3 :พลิกกลับได้ในสถานการณ์ที่ไม่ดี สามารถมองเห็นโอกาส ที่ซ่อนอยู่ในนั้นเชื่อว่า

ความท้าทาย จะทำให้เราเป็นคนเก่ง และแกร่งขึ้น รับมือกับปัญหา และอุปสรรคได้ เร็วขึ้น

เพราะใจที่พร้อมเสมอ กับการเปลี่ยนแปลง แม้จะมีความทุกข์ผ่านเข้ามา

ก็ไม่ทุกข์นาน เพราะรู้ว่ามันเหมือน ฤดูกาลที่สุดท้าย ก็พัดผ่านไป



4. ยืดหยุ่น

Level 1 : ปรับแผนได้มีแผนสอง แผนสามหรืออย่างน้อย ก็สามารถปรับเปลี่ยน แผนที่กำหนดไว้ได้

ไม่ใช่ตึงเปรี๊ยะจน ไม่สามารถเปลี่ยนอะไร ได้อีกเพราะการวางแผน เป็นการคิดล่วงหน้า

สามารถคาดเดาเหตุการณ์ ในอนาคตได้ว่า ถ้าเราทำสิ่งนี้ ผลลัพธ์มันน่า จะเป็นอะไร

แต่เราไม่สามารถฟันธงได้ว่า มันจะเกิดขึ้นแน่นอน และทุกอย่างไม่ได้ เป็นอย่างที่ใจ

ต้องการทั้งหมด จึงไม่สามารถควบคุม ทุกสิ่งทุกอย่างได้

Level 2 : ปรับตัวได้ทำตัวให้เหมือนกับน้ำ ที่สามารถปรับไป ตามสภาพของภาชนะคือ เข้าได้ในทุกสถานการณ์

แต่ไม่สูญเสีย ความเป็นตัวของตัวเอง เป็นเหมือนต้นไม้ ที่ลู่ไปตามแรงลมได้ แต่ก็กลับมาตั้งตรงได้ เหมือนเดิมดังนั้น

สิ่งที่เราต้องทำเมื่อได้วางแผนไป แล้วก็คือเชื่อมั่นว่า เราจะสามารถรับมือได้ จัดการได้ ไม่ว่าสถานการณ์ จะเป็นอย่างไรก็ตาม

Level 3 :เผชิญหน้าได้สามารถเผชิญหน้า กับปัญหาอุปสรรค และความท้าทายได้

ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหน งานเยอะงานยาก งานหนักเราก็สามารถ จัดการได้เพราะ เชื่อในความสามารถของตัวเอง


5.ปล่อยวาง

Level 1 :รอคอยได้ถ้าเราได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว ที่เหลือก็แค่ปล่อยวาง เราไม่สามารถควบคุมผลลัพธ์

ที่เกิดขึ้นได้ แต่สามารถจัดการได้ เด็กส่วนใหญ่ ไม่ค่อยเข้าใจคำว่าปล่อยวาง เพราะมักจะมีอารมณ์ร้อน

อยากเห็นผลลัพธ์ในทันที แต่ต้นไม้ไม่สามารถงอกแล้ว โตได้ในวันเดียว คอนโดมิเนียมไม่สามารถ

สร้างเสร็จในวันเดียว จึงต้องรู้จักการรอคอย และมีความสุขในระหว่างทาง

Level 2 :สม่ำเสมอได้เช่น ถ้าเราอยากมีหุ่นดี ก็ต้องขยันออกกำลังกาย

เพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ให้ฟิตและแข็งแร ซึ่งไม่สามารถทำได้ ในวันเดียว ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ

หรือถ้าเราอยากจะเก่ง ในเรื่องอะไรมันไม่ใช่ เรื่องของพรสวรรค์ แต่เป็นเรื่องของความสม่ำเสมอ

ในการฝึกซ้ำๆ จนชำนาญซึ่งก็ควรจะฝึกด้วย ความรู้สึกดีมีความสุข ไม่ใช่เร่งวัน เร่งคืน เพื่อให้ถึงวันที่ต้องการ

Level 3 :เชื่อใจได้เชื่อว่าสุดท้าย มันจะเป็นไปได้จริง

เชื่อว่าแต่ละคนมีจังหวะเวลาชีวิต ที่ไม่เหมือนกัน ถ้าเราปล่อยวาง เป็นเราจะมีความสุข อยู่กับปัจจุบัน

และมั่นใจว่าผลลัพธ์ที่เกิดไม่ ว่าจะเป็นอะไร มีแต่ดีกับดี เช่นถ้าผลลัพธ์ ออกมาดีก็สุขใจ

แต่ถ้ามีความท้าทายเกิดขึ้น แสดงว่าความท้าทายนั้น จะมาฝึกให้เรา ปรับเปลี่ยนอะไรบางอย่าง

เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีได้อย่างแท้จริง ความคิดของคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้เสมอ

หากใช้วิธีการที่เหมาะสมลองเขียนบันทึก ประจำวันลงไปในไดอารี่ (Diary) ว่าเราคิดอย่างไร

กับตัวเองมองคนอื่นในด้านไหน หรือเรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์ในวันนี้จะสังเกตเห็นได้ชัดเจนว่า

มีความคิดแบบผู้ใหญ่มากขึ้น แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นการเขียนบันทึกในเชิงคิดบวก

เขียนขอบคุณเพราะจะฝึกให้เราสามารถคิดเป็น

เรียนรู้ชีวิตและพลิกความคิดให้เป็นบวกได้

แม้เด็ก ๆ จะรู้สึกว่าไม่อยากโตมาเป็นผู้ใหญ่ ต้องรับผิดชอบอะไรหลายๆอย่าง

แต่การเป็นผู้ใหญ่ ทำให้เรามีอิสระทางความคิดสามารถ เลือกทำในสิ่งที่อยากทำ

แต่จะต้องไม่ลืมว่าจะต้องรับผิดชอบ ในการกระทำ ที่เราเลือกด้วย ถ้าเราคิดแบบผู้ใหญ่

ต่อให้เราอยู่ในสถานการณ์ไหน ก็สามารถผ่านไปได้ด้วยดี แล้วจะกลัวอะไร กับการเป็นผู้ใหญ่ ถ้าเรามีวิธีคิดที่ดี