“ขอเงินคืนป้าเถิด” ป้าแกเดินไม่ได้ จึงวานให้ จนท.กดเงินที่ลูกโอนมาให้ไว้เป็นค่ารักษา แต่โดนกดไปหมดเลย


วันที่ 23 เมษายน มีรายงานเรื่องร้องเรียนจาก นายรวย โพนรัมย์ อายุ 57 ปี และ น.ส.สุนันท์ หะพินรัมย์ อายุ 54 ปี สองสามีภรรยา บ้านอยู่ หมู่ 3 ต.ศรีภูมิ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ว่าอยากให้ช่วยตรวจสอบ หลังเงินในบัญชีหายไป 5,000 บาท หลังวานให้พนักงานเปลรพ.เอกชนเอาบัตรเอทีเอ็ม ไปกดเงินมาเป็นค่ารถกลับบ้านหลังมาฟอกไต

ที่ดังกล่าว พบป้าสุนันท์ นั่งรถเข็นรอขึ้นของอบต.ศรีภูมิ ที่มารอรับกลับบ้านอยู่ข้างรพ. พร้อมเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า ป่วยเป็นโรคไตเดินไม่ได้มานานกว่า 7 ปี หนึ่งสัปดาห์จะต้องมาฟอกไตที่รพ.แห่งนี้ 3 ครั้ง ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่าย โดยอาศัยรถกู้ชีพของอบต.ศรีภูมิ มาส่งให้ฟรีเพราะตนมีฐานะยากจน เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา ก็มาฟอกไตตามหมอนัด ระหว่างทางลูกสาวได้โทรศัพท์มาแจ้งว่าโอนเงินมาให้ 5,800 บาท เพื่อเอาไปใช้หนี้ค่านมหลาน เพราะค้างค่านมกับร้านในหมู่บ้านเอาไว้ อีกส่วนหนึ่งให้เอาไปเป็นค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว

หลังจากฟอกไตเสร็จ ได้วานเจ้าหน้าที่ในรพ.ซึ่งรู้ภายหลังว่าเป็นพนักงานเปล ไปกดเงินมาให้ 1 พันบาทที่ตู้เอทีเอ็มหน้ารพ. เพื่อเอามาเป็นค่าใช้จ่ายจากนั้นไม่นาน พนักงานคนนั้นก็เดินมาบอกว่าเงินในบัญชีมีแค่ 1 พันเท่านั้น จึงให้สามีซึ่งมาด้วยกันไปกดเงินกับพนักงาน พอกลับมาอีกทีสามีบอกว่ามีเงินเหลือบัญชีเพียง 1,087 บาท กดเอามาใช้ได้ 1 เหลือติดบัญชี 87 บาท แต่ลูกสาวบอกว่า โอนมาให้ 5,800 บวกกับเงินในบัญชีที่มีอยู่ 287 บาท จะต้องมีเงินอยู่ในบัญชี 6,087 บาท

ป้าสุนันท์ เล่าต่อว่า ลูกสาวก็ยืนยันว่าโอนเงินมา 5,800 บาทจริง พร้อมส่งหลักฐานการโอนมาให้ จึงเอาสมุดไปปรับที่ธนาคารออมสิน พบว่ามีการกดเงินไป 2 ครั้ง ครั้งแรก 5 พันบาท ครั้งสอง 1 พันบาท ทิ้งระยะห่างกันประมาณ 10 นาที จากนั้นไปขอดูภาพกล้องวงจรปิดของรพ. แต่ได้รับคำตอบว่าดูไม่ได้ จึงเข้าแจ้งความกับตำรวจสภ.เมืองบุรีรัมย์ ไว้เป็นหลักฐาน โดยตั้งข้อสงสัยว่าพนักงานคนนั้นน่าจะเป็นคนกดเงินไป แต่จนถึงขณะนี้ผ่านมา 5 วัน คดียังไม่คืบหน้า

ส่วนตัวไม่อยากโทษพนักงานคนนั้นว่าเป็นคนกดเงินไป แต่ดูแล้วไม่มีใคร เพราะสามีก็กดเงินไม่เป็น และให้คนๆเดียวคือพนักงานไปกด อยากจะวิงวอนหากเอาไปจริงก็ขอคืน เพราะเป็นเงินที่ลูกสาวหามาอย่างยากแค้นในช่วงนี้ และหลังจากนี้ก็จะไม่มีนมให้หลานกินอีก เพราะเจ้าของร้านได้โทรมาทวงแล้ว และอยากให้ตำรวจเร่งสอบสวนหาความจริง

ด้าน น.ส ฐิฏติยาพร กรณีรติธนรัชต์ ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ ของโรงพยาบาล กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากคุณป้าแล้วพยายามหาข้อมูลจากธนาคาร แต่ธนาคารบอกว่าต้องให้เจ้าของบัญชีมาดำเนินการ ตอนนี้เรายังไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นคนเอาเงินไป เพราะยังไม่มีหลักฐาน

ขอบคุณ khaosod